ประโยชน์ 8 อย่างที่ลูกจะได้หากชมชอบอ่านหนังสือ

  • 0 ตอบ
  • 21 อ่าน
ประโยชน์ 8 อย่างที่ลูกจะได้หากชมชอบอ่านหนังสือ
มาทัศน์ในรายละเอียดกันว่า ผลดีของ “การอ่าน” ที่ไม่ใช่แค่การ “อ่านออก” อย่างเดียวเป็นผลประโยชน์ของการ “ชื่นชมอ่าน” ด้วยกัน “อ่านได้มากพอ” จนเป็นกิจวัตร นั้นคืออะไร ซึ่งหมอเชื่อว่าถ้าคุณพ่อคุณแม่ได้รู้ ก็จะได้คำตอบว่า การส่งเสเชิงให้ลูกหลานให้อ่านนั้น จำเป็นแค่ไหน

  • กระตุ้นการทำมาหากินของสมอง

    ในเวลาเพียงช่วงสั้น ๆ ที่เด็กอ่านคำ 1 คำ สมองของเด็กจะถูกกระตุ้นให้ทำงานหลายละแวก ทั้งส่วนที่ทำหน้าที่รับภาพ แปลตัวอักษรให้เป็นหน่วยเสียง ถอดรหัสตัวสะกด จัดทำนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนตีความ.. ถือว่าการอ่านหนังสือเฉพาะละคำ เท่านั้นละประโยคนั้น กระตุ้นการยังชีพของเซลล์ประสาทในสมองไปในทำเลกว้าง
    จากการศึกษาอาชีพของสมองที่เปลี่ยนมา นักวิจัยพบว่า สมองของ “คนที่ได้ศึกษาการอ่าน” จะมีรูปแบบการทำมาหากินพร้อมกับมีส่วนประกอบของสมองบางส่วนแตกต่างออกไปจากคนที่ไม่รู้หนังสือ หรือไม่แน่อาจถือว่า “การอ่าน” มีส่วนในการพลิกแปลงทั้งหน้าที่ด้วยกันองค์ประกอบของสมอง กับ “สร้างสมอง” ที่พร้อมต่อการศึกษา  การเตรียมสมองนี้สำคัญมากในเด็กกระชับ (ภายใน 10 ปีแรก) เนื่องมาจากสมองของเด็กยังอยู่ในระหว่างการเจริญเติบโต ด้วยกันเพิ่มวิถีใยประสาทเชื่อมระหว่างเซลล์ ซึ่งถ้าเซลล์ประสาทเหล่านั้นหนักเกินถูกใช้ในช่วงเวลาที่เหมาะ สมองก็ไม่แน่อาจจะสูญเสียการการเชื่อมต่อสื่อสารระหว่างเซลล์นั้น ๆ ไปได้ (Neural pruning)

  • พัฒนาขีดความสามารถทางภาษา

    ยิ่งไปว่านั้นการอ่านหนังสือจะสนับสนุนเพิ่มจำนวน “คำศัพท์” ในคลังสมองของเด็กให้มากขึ้นแล้ว การอ่านยังเป็นผลดีต่อการใช้ภาษาในด้านอื่น ๆ ทั้งในด้าน “การพูด” กับ “การเขียน” ของเด็กเพราะ เนื่องมาจากเมื่อเด็กได้อ่านหนังสือบ่อย ๆ ความรู้จักมักจี่กับคำศัพท์พร้อมทั้งภาษาในหนังสือก็จะส่งอิทธิพลต่อการใช้ภาษาของตัวเด็กเอง และนำไปสู่การใช้ภาษาที่คล่องแคล่วพร้อมด้วยสละสลวยมากขึ้น เป็นพิเศษอย่างยิ่ง ในการศึกษาภาษาที่สองหรือภาษาต่างประเทศ หนังสือจะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนให้เด็กรู้จักโดยมากจี่กับภาษาพร้อมทั้งทำความรู้การใช้ภาษาที่สองในบรรยุ่งยากาศสนุกสนาน

  • สร้างความจำที่ดี

    การอ่านเหตุการณ์ราวต่าง ๆ ในอ่านหนังสือ นั้นทัศนะเท่าเทียมว่าจะมีเรื่องราวให้ต้องจำท่วมท้นไปหมด ไหนจะตัวละคร ไหนจะฉาก แถมบางครั้งเนื้อหาสาระก็แสนจะซับซ้อน อย่างเดียวด้วยความอัศจรรย์ของสมอง เด็กที่สนุกกับการอ่านก็กลับจำข่าวสารมากมายเหล่านั้นได้ทะลุการเชื่อมโยงข่าวพร้อมกับต่อยอดความจำไปเรื่อย ๆ ซึ่งก็คงจะจะเป็นเหตุเพราะขบวนการที่ได้ฝึกบ่อย ๆ นี่ก็เป็นได้ ที่ทะลุทะลวงมา มีการค้นคว้าวิจัยหลายฉบับเสนอผลการศึกษาที่น่าสนใจว่า การอ่านหนังสือส่งผลดีต่อความจำ พร้อมทั้งการอ่านหนังสือเป็นปกติอย่างต่อเนื่องตั้งเพียงนั้นวัยเยาว์จะสนับสนุนบำรุงรักใคร่ษาความจำในเวลาที่เข้าสู่วัยชรา เอาใจช่วยทำให้นักอ่านมีความจำถดถอยน้อยกว่าคนทั่วไป ด้วยกันเป็นเหตุผลปกป้องรักใคร่ษาการเกิดอาการของโรคสมองเสื่อม หรือโรคอัลไซเมอร์ได้

  • เป็นแหล่งเรียนรู้กับจุดประกายความคิดวิเคราะห์

    โดยธรรมชาติของคนนั้น เราศึกษาไอเท็มต่าง ๆ จากความจัดเจนที่พบเจอ เพียงนั้นเมื่ออยู่ในโลกที่แสนกว้างใหญ่นี้ “เด็กตัวน้อย ๆ จะออกไปทำความเข้าใจยังไงไหว” โชคดีที่เรามีหนังสือทำหน้าที่ย่อโลกลงมาทันที้ในฝ่ามือ ด้วยกันนำเด็กไปสู่ความทำเป็นที่หลายหลากในหน้ากระดาษ ให้เด็กได้หัดคิดวิเคราะห์ เมื่อต้องเจอกับสภาวะหรืออุปสรรคต่าง ๆ ซึ่งเด็กจะได้ลองผิดทดลองถูกไปในโลกขององค์ความรู้ เพื่อจะรวบรวมเกี่ยวเอาเรื่องเรียนและแง่คิดกลับมาใช้ผลประโยชน์ในโลกความเป็นจริง ภูมิปัญญาของเด็กจะแตกออกไปอีก ถ้าผู้ปกครองหาลู่ทางชวนเด็กร่วมพูดคุย อภิปรายถึงเรื่องราวและแง่คิดที่เด็กเรียนรู้มาจากในหนังสือ ด้วยกันจูงใจให้เด็กได้สนุกกับการค้นคว้าหาแหล่งศึกษาใหม่ ๆ อยู่เสมอ

  • เพิ่มพลังจินตนาการ

    หนึ่งในเสน่ห์พิเศษที่ทำให้นักอ่านหลงรัก “หนังสือ” ก็คือ หนังสือจะพานักอ่านเข้าสู่โลกแห่งจินตภาพ (การคิดเป็นภาพ) ที่แตกต่างกันไปตามความคิดฝันของแค่นั้นละคน จินตนาการของเด็กจึงถูกปลุกให้โลดแล่นไปอย่างอิสระตัดผ่านการร้อยเรียงของตัวหนังสือ

  • รู้จักที่จะมองในมุมของคนอื่น

    ความเข้าใจในซีกด้วยกันความรู้สึกของบุคคลอื่น (ซึ่งอาจจะคิดเห็นหรือรู้สึกไม่ตรงกับเรา) เป็นความเจริญด้านจิตใจที่สำคัญพร้อมทั้งเป็นความชำนาญที่จำเป็นต่อการอยู่ร่วมกับคนในสังคม ขณะที่ได้อ่านนั้น เด็กจะได้สัมผัสทำความรู้ภูมิปัญญากับจิตใจของตัวละครต่าง ๆ ที่ไม่แน่อาจมีหมู่ความเห็นแตกต่างไปจากตน ซึ่งที่เปลี่ยนมาก็มีการศึกษาขีดเส้นว่าการอ่านหนังสือจะช่วยเหลือให้เด็กละเอียดอ่อนกับความรู้สึกพร้อมกับปรารถนาของคนอื่น กับรู้จัก “ใจเขาใจเรา” มากขึ้น

  • ผ่อนคลายความตึงเครียด

    หลายคนคงจะมองว่าการอ่านหนังสือเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้องค์ความรู้เลยไม่นึกอยากหยิบหนังสือมาเป็นวัสดุอุปกรณ์คลายเครียด เท่านั้นความเป็นจริงแล้ว เคยมีการศึกษาโดย Consultancy Mindlab International ใน มหาวิทยาลัยซูสเซสพบเร็วไว้ว่า การอ่านหนังสือนี่แหละเป็นกิจกรรมที่ใช้ลดระสิ้นชีวิตความเครียด (ซึ่งวัดจากความตึงกล้ามเนื้อกับอัตราการเต้นของกะบาลใจ) ที่ได้ผลดียิ่งกว่าการฟังเสียวางมือนตรี จิบชา เดินเล่น หรือเล่นเกมคอมพิวเตอร์เสียอีก เนื่องมาจากหนังสือจะสนับสนุนให้ผู้อ่านได้พักพิงอยู่กับเรื่องราวราวในหน้ากระดาษ พักบิดพลิ้วออกจากความเครียดในโลกความเป็นจริง กับการอ่านหนังสือดี ๆ ดำเนินงานนนอนสักเล่ม ก็จะช่วยให้จิตใจสงบและหลับง่าย

  • เอาใจช่วยสานสัมพันธภาพ

    ผู้ปกครองบางคนคงจะจะกังวลว่า เด็กที่เป็นหนอนหนังสืออาจจะกลายเป็นเด็กเรียบเรียงตัว ไม่สนใจจะสร้างปฏิสัมพันธ์อะไรกับใคร.. เนื่องจากมองในมุมว่าการอ่านนั้นเป็นกิจกรรมที่ทำคนเดียวได้..ขนาดนั้นข้อสรุปแล้ว หากเรานำ “การอ่านหนังสือ” มาใช้ให้ถูกทาง กิจกรรมนี้จะเป็นสื่อสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคลได้เป็นอย่าติดขัดี
    การอ่านหนังสือให้เด็กฟัง ชวนเด็กมาอ่านหนังสือด้วยกัน หรือแม้นเพียงนั้นชวนเด็กพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่ได้ศึกษามาจากหนังสือ เหล่านี้ล้วนเป็นเหตุให้เด็กและผู้ใหญ่ได้แบ่งปันเรื่องราวราวกัน ได้รู้ว่าต่างคนต่างคิดเช่นใด รู้สึกเช่นไร เกิดความเข้าอกเข้าใจกันอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยกันบ่อยครั้งเด็กๆ ก็โดยมากจะพูดถึงเหตุการณ์ ภูมิปัญญา ความรู้สึกสุข ทุกข์อึดอัดคับข้องใจที่เกิดขึ้นอยู่กับเขาในชีวิตทุกวี่ทุกวัน จากการพูดคุยเรื่องราวราวในหนังสือนี่เอง พร้อมทั้งการใช้เวลาพูดคุยร่วมกันในครอบครัว (quality time) นี้ ก็จะนำไปสู่บรรซับซ้อนาศในบ้านเรือนที่อบอุ่นพร้อมกับเป็นสุข
     
    คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : หนังสือเด็ก

    Tags : หนังสือเด็ก,หนังสือเด็ก,หนังสือสำหรับเด็ก